แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Mercedes-Benz C-Class แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Mercedes-Benz C-Class แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Mercedes-Benz เปิดตัวรุ่น C-Class BlueTEC Hybrid

Mercedes-Benz C-Class W205
Mercedes-Benz ประเทศไทยหวังสานต่อความสำเร็จกับรุ่น C-Class ด้วยการส่งรุ่นดีเซลไฮบริด มาทำตลาดเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้ามากขึ้น เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทาง Mercedes-Benz ประเทศไทย จะแบ่งรุ่น C-Class BlueTEC Hybrid เป็น 2 รูปแบบตัวถังได้แก่ รุ่น AMG Dynamic ในรูปแบบตัวถังซีดาน และ รุ่น Estate AMG Dynamic ในรูปแบบสเตชั่นแวกอน โดย C-Class รุ่นดีเซลไฮบริดจะมีชุดแต่ง AMG Sports Package มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในรุ่น Estate นั้นมีระบบเปิด-ปิดประตูหลังกึ่งอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า เปิดได้จากปุ่มควบคุมตรงบริเวณเบาะคนขับ, จากกุญแจหรือจากฝากระโปรงท้าย สำหรับห้องสัมภาระสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างหลากหลายรูปแบบ ทำให้มีพื้นที่การใช้งานตั้งแต่ 450-1,470 ลิตร ขึ้นอยู่กับรูปแบบการพับเบาะนั่ง

สำหรับขุมกำลังของเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 4 สูบแถวเรียง ให้แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิด 500 นิวตัน/เมตร ที่ 1,600-1,800 รอบต่อนาที รวมพลังขับเคลื่อนกับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีกำลัง 27 แรงม้า เก็บประจุไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ Lithium Ion ช่วยให้รุ่น Sedan สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 6.4 วินาที มาตรฐานการประหยัดน้ำมันและค่าไอเสียผ่านระดับ Euro 6

สำหรับราคานั้น Mercedes-Benz C-Class BlueTEC Hybrid AMG Dynamic ตัวถังซีดาน จะมีสนนราคาอยู่ที่ 3,190,000 บาท ส่วน Mercedes-Benz C-Class BlueTec Hybrid Estate AMG Dynamic ตัวถังแวกอน มีสนนราคาอยู่ที่ 3,390,000 บาท

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Mercedes-Benz C-Class ซีดานหรูที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน

ที่เห็นในภาพคือ C250 AMG Dynamic

      ปฏิเสธไม่ได้ว่ารถหรูอันดับต้นๆที่คนไทยจะต้องนึกถึงคือยี่ห้อ Mercedes-Benz กลุ่มคนที่เล่นรถยุโรปในเมืองไทยหลายคนเริ่มต้นที่ Mercedes-Benz โดยมี BMW เป็นคู่แข่งตัวฉกาจ และ Mercedes-Benz ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในตลาดคงหนีไม่พ้น Mercedes-Benz C-Class โดย Mercedes-Benz C-Class เริ่มทำตลาดมาตั้งแต่ปี 1992 จนมาถึงปัจจุบันก็ยาวนานถึง 22 ปี โดย C-Class ผลิตออกมาทั้งหมดรวมรุ่นปัจจุบัน ปี 2014 เท่ากับ 5 รุ่นด้วยกัน Mercedes-Benz C-Class รหัสตัวถัง W205 มีความแตกต่างจากรุ่นก่อนคือตัวถังใหญ่ขึ้น และน้ำหนักเบาลง ซึ่งมิติตัวถังรถยาว 4,686 มิลลิลิเมตร กว้าง 1,810 มิลลิเมตร โดยตัวถังรถยาวกว่าเดิม 95 มิลลิเมตร กว้างขึ้นกว่าเดิม 40 มิลลิเมตร และมีฐานล้อยาว 2,840 มิลลิเมตร ยาวขึ้นกว่าเดิม 80 มิลลิเมตร ทั้งยังน้ำหนักเบาลงถึง 100 กิโลกรัม โดยในไทยมีให้เลือกอยู่ 2 รุ่นย่อย คือ C250 AMG Dynamic และ C180 Exclusive

C180 Exclusive
     โดยรุ่น C250 AMG Dynamic ใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร มีแรงม้าสูงสุดที่ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200-4,000 รอบต่อนาที ส่งตัวรถจากจุดหยุดนิ่งไปถึงความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลา 6.6 วินาที มีความเร็มสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับนักโมดิฟายมือฉมังสามารถปลดล็อกความเร็วมากกว่านี้ได้ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 17.05 กิโลเมตรต่อลิตร ความจุถังน้ำมัน 66 ลิตร นั่นหมายความว่าถ้าเติมน้ำมันเต็มถังสามารถวิ่งได้ 1,125.3 กิโลเมตร อัตราการปล่อย Co2 โดยเฉลี่ย 135 กรัมต่อกิโลเมตร
     ส่วนรุ่น C180 Exclusive ใช้เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร มีแรงม้าสูงสุด 156 แรงม้าที่ 5,300 รอบต่อนาที แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200-4,000 รอบต่อนาที มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 8.5 วินาที มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 223 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 17.85 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการปล่อยมลพิษโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 130.5 กรัมต่อกิโลเมตร ความจุถังน้ำมันเท่ากับรุ่น C250 AMG Dynamic ที่ 66 ลิตร ซึ่งก็เท่ากับว่าเติมน้ำมันเต็มถังสามารถขับได้ไกลถึง 1,178.1 กิโลเมตร โดยรุ่น C250 AMG Dynamic ตั้งราคาไว้ที่ 3,190,000 บาท และ C180 Exclusive ตั้งราคาไว้ที่ 2,790,000 บาท