แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Vios แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Vios แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

เปรียบเทียบ Toyota Vios VS. Honda City

ครั้งนี้ขอนำทุกท่านเข้าสู่การเปรียบเทียบรถซีดาน B-Segment 1.5 ลิตร ของค่ายยักษ์ใหญ่ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาอย่างช้านาน อย่าง Toyota และ Honda ซึ่งในกลุ่มตลาดระดับนี้ก็มีรถยนต์คอมแพคซีดานอยู่ 2 รุ่นที่ทำยอดขายสลับกันขึ้นที่หนึ่งที่สองอยู่ในแต่ละช่วงปี นั่นก็คือ Toyota Vios กับ Honda City (ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 เป็น City เฉือนชนะ Vios ไป 11,477 ต่อ 11,412 คัน ต่างกันแค่หลักสิบ แต่มาเดือนสิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา ยอดขาย Vios ชนะ City ไปที่ 4,143 ต่อ 3,523 คัน)  โดย Vios รุ่นล่าสุดนั้นเปิดตัวมาก่อน และ All new City ก็ตามมาทีหลัง ก็ต้องมาดูกันว่า Toyota Vios จะมีความเก๋าพอที่จะรับมือ Honda City ที่ใหม่และสดกว่าได้หรือไม่ ครั้งนี้ขอนำรุ่นท็อปทั้งสองยี่ห้อมาเปรีบเทียบกันโดยทาง Toyota จะเป็น Vios S และ Honda จะเป็น City SV+

Toyota Vios



Honda City
เปรียบเทียบสเป็ค Vios, City

เรียกว่าเรื่องของกำลังเครื่องยนต์นั้น Honda City มีมากกว่าทั้งแรงม้าและแรงบิด (ขอแก้ตรง 120 แรงม้าเป็น 117 แรงม้า และแรงม้าต่อน้ำหนักจาก 108.9 เป็น 106.17 แรงม้า/ตัน)  และเมื่อเทียบกำลังต่อน้ำหนักแล้ว City ก็ยังมีมากกว่าอยู่ดี และเวลาขับจริงๆ ก็เป็น City ที่ออกตัววิ่งได้อย่างกระฉับกระเฉงกว่าไม่ว่าจะเป็นรอบต่ำ กลาง สูง แต่ Toyota Vios นั้นจะอืดในรอบต่ำต้องลากรอบสูงๆ อัตราเร่งจึงจะมาเป็นน้ำประปาแตก เรียกว่าคล้าย Vios Gen1 Gen2 เหมือนกันเพียงแต่รู้สึกว่าเร็วกว่านิดหน่อย อาจจะเป็นเพราะอัตราทดเกียร์ที่ห่างเกินไปและมีแค่ 4 เกียร์ มันเลยติดลากรอบสูงเหมือน Vios ตัวเดิมๆ ส่วนช่วงล่างทั้งสองคันไม่มีปัญหาอะไร สามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ การซับแรงสั่นสะเทือนเป็นไปอย่างนุ่มนวลทั้งคู่ และเป็นรถที่นั่งสบาย แต่ Vios แอบมีกังวลเล็กๆเพราะอาการโยนตัวยามเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ซึ่งตรงนี้ City รู้สึกได้น้อยกว่า แต่เรื่องทิศทางและน้ำหนักพวงมาลัยเป็น Vios ที่ทำได้ดีกว่า มีความแม่นยำและน้ำหนักเฟิร์มกำลังดี แต่ City พวงมาลัยยังขาดความแม่นยำ น้ำหนักและระยะฟรียังรู้สึกไม่ค่อยลงตัว

มาถึงบทสรุป ก็เรียกว่าทั้งสองคันเรียกคะแนนในส่วนที่แตกต่างกัน Honda City ได้เปรียบในเรื่องของประสิทธิภาพเครื่องยนต์และระบบเกียร์ ส่วนของช่วงล่างก็ไว้ใจได้มากกว่านิดหน่อย Toyota Vios ได้เปรียบในเรื่องการเซ็ตพวงมาลัยที่ให้ทิศทางแม่นยำและน้ำหนักลงตัวกว่า แถมรัศมีวงเลี้ยวแคบกว่าถึง 20 เซนติเมตร ทำให้การใช้งานในเมืองและการใช้งานภายในพื้นที่จำกัดสามารถขับได้อย่างคล่องตัวกว่า อย่างเช่นการกลับรถในพื้นที่แคบที่บางครั้ง Vios สามารถไปได้ด้วยจังหวะเดียว แต่ City ต้องถอยหลังอีกหนึ่งจังหวะก่อนจะเดินหน้าไปได้รวมเป็น 2 จังหวะ และ Vios มีราคาถูกกว่า 15,000 บาทซึ่งเท่ากับเงินเดือน 1 เดือน ของผู้ที่เริ่มต้นทำงาน นับว่าส่งผลอย่างมากทีเดียว เพราะถ้าซื้อ Vios คุณจะได้กินดีอยู่ดีมากกว่าถึง 1 เดือน หากซื้อ City คุณอาจต้องกินแกลบมากกว่าอีกหนึ่งเดือน ก็แล้วแต่ว่าจะพิจารณาถึงความคุ้มค่าต่อสมรรถนะของตัวรถหรืออยากจะจ่ายน้อยกว่าแต่สมรรถนะอาจจะน้อยลงมาหน่อย ซึ่งก็น่าเสียดายที่ไม่มีตัวเลขอัตราประหยัดน้ำมัน หรือ อัตราเร่งและความเร็วสูงสุดมานำเสนอ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะบอกเป็น Fact เลยว่ารถคันไหนเร็วกว่า ประหยัดน้ำมันกว่า แต่ตอนนี้บอกได้แต่เพียงว่า City แรงกว่าและมันเป็นเพียงความรู้สึกของผมเอง ถ้าคนอื่นมาขับอาจจะรู้สึกต่างออกไปก็ได้ ซึ่งผมก็ขอแนะนำให้ถ้าคุณสนใจรุ่นไหนก็สามารถติดต่อขอลองขับด้วยตัวเองเลยครับ รู้สึกชอบคันไหนก็ตัดสินใจเลือกคันนั้นได้เลย และขอให้มีความสุขกับรถที่ท่านเลือกครับ

คู่มือซ่อมบำรุง Toyota Vios

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

รีวิวรถมือสอง Toyota Soluna Vios ปี 2002-2007 โฉมแรก

Vios Gen.1 (2005) NCP42 เครื่อง 1NZ-FE
ตลาดรถยนต์นี่ก็แปลกอยู่อย่าง รถบางรุ่นบางยี่ห้อตอนขายใหม่ๆเป็นรถป้ายแดงนี่ดูเหมือนกับว่าไม่ค่อยมีคนสนใจ ด้วยว่าเห็นมันวิ่งอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง แต่พอนานๆ ไปเริ่มเห็นคนขับน้อยลงทุกที กลายเป็นรถมือสอง ก็เริ่มมีคนมาสนใจแถมยังถามซื้อและให้ราคาดีซะด้วย ยิ่งรถที่เลิกผลิตไปแล้วนี่เต็นท์รถบางเจ้าถึงกับหยิบมาเป็นจุดขายว่ารถคันนี้รุ่นนี้มัน Rare นะเฟ้ย อย่าง Toyota Wish ที่ผลิตออกมา Gen เดียวก็เลิกผลิตไปเลยนี่บางคนก็ตามหากันให้วุ่นวาย บางคนถึงกับซื้อมาเก็งกำไรขายได้กำไรหลักหมื่นเกือบแสนเลยก็มี (เคยได้ยินว่ามีคนขายได้กำไร 70,000 บาท) แล้วมันจะเกิดขึ้นกับรถยี่ห้ออื่นอย่าง Lancer EX บ้างรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ในวันนี้รถที่จะมานำเสนอจะว่าหายากไม๊ ก็ไม่ยาก แต่เป็นรถที่ใช้การได้ดี ไม่มีอะไรจุกจิกกวนใจมาก อะไหล่ก็หาง่ายและราคาถูก อย่าง Toyota Soluna Vios เจเนอเรชั่นที่ 1

รถคันนี้เริ่มผลิตในประเทศไทยในปี 2002 ถึงปี 2007 โดยมี codename ย่อๆว่า NCP42 หลักๆที่วางขายในประเทศไทยก็จะใช้เครื่องยนต์ 1NZ-FE ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้พละกำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที มีระบบส่งกำลังให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ขับเคลื่อนสองล้อหน้า โดยช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ แม็กเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง ช็อกแอ็บซอร์บเบอร์ ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริง ช็อกแอบซอร์บเบอร์ เมื่อใช้วิ่งทางไกลถนนต่างจังหวัดจะกินน้ำมันประมาณ 14 กิโลเมตรต่อลิตร ถ้าวิ่งในเมืองจะกินประมาณ 10 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ แล้วแต่สภาพการจราจรว่าแออัดขนาดไหน ซึ่งตัวเลขก็ไม่ได้ดูขี้ริ้วขี้เหร่อะไรเพราะมันก็อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยรถบ้านทั่วไปที่ทำตัวเลขได้ประมาณนี้ แต่ที่ขับในเมืองแล้วเปลืองก็เพราะรถคันนี้เวลาขับต้องใช้รอบสูงอัตราเร่งถึงจะมาแบบพรวดๆ เรียกว่าถ้าลากรอบยาวๆ นี่จะขับสนุกมากบางคนเลยเผลอใจไปกับมัน กดซะเต็มเหนี่ยวมันก็ได้อัตราประหยัดน้ำมันที่ไม่ประหยัดอย่างที่เห็น ซึ่งถ้าขับไปแบบเรื่อยๆ ถึงจะเป็นในเมืองก็ไม่น่าจะทำได้แย่กว่า 12 กิโลเมตรต่อลิตร แต่ต้องขอบอกเลยว่ารถคันนี้อัตราเร่งขับแล้วยังรู้สึกว่าสนุกกว่ารถซีดาน 1.4-1.6 ลิตร บางรุ่น บางยี่ห้อ ที่วางขายในปี 2014 นี้ซะอีก ถึงจะดูแรงม้าแรงบิดแล้วไม่เท่าไหร่แต่ขับจริงๆแล้วโอเคเลย เพราะ มันรู้สึกถึงความเบาและความคล่องตัว แต่ก็มีข้อเสียคือช่วงล่างและพวงมาลัยรู้สึกร่อนๆ คือเวลาขับด้วยความเร็วสูงประมาณ 140 แล้วรู้สึกมันเบาโหวงเหมือนจะถลาลงข้างทางอย่างซะอย่างนั้น เบรกนี่แล้วแต่อายุการใช้งานคือถ้าใช้ใหม่ๆนี่เบรกจะหนึบจนกัวทิ่ม แต่ถ้าใช้ไปนานๆจะมีอาการเฟด เบรกไม่ค่อยอยู่ ซึ่งใครใช้กันอยู่ก็หมั่นเช็กกันเอาเองตามอายุอะไหล่ที่ระบุไว้ในคู่มือนั่นแหละ (บางคนทำคู่มือหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้) เอาจริงๆ ก็ควรขับไม่เกิน 120 ตามกฎหมายกำหนดนั่นแหละดีที่สุด เรื่องวัสดุตกแต่งภายในก็สมราคาแต่ไอ้มาตรวัดความเร็วแบบตัวเลขนี่เห็นแล้วขัดลูกกะตาจริงๆ แล้วเอาไปวางอยู่ตรงตำแหน่งคอนโซลกลางนี่จะเหลือบมองต้องทำตาเหล่ๆด้วยใช่รึเปล่าเนี่ย

สุดท้ายก็ขอสรุปว่า Vios รุ่นนี้ เป็นรถที่ใช้ง่าย บำรุงรักษาง่าย ไม่ต้องใช้ Specialist หรือช่างเฉพาะทางในการซ่อม แค่ช่างที่พอจะมีความรู้เป็นช่างที่ไว้ใจได้ มีความใส่ใจ ก็สามารถซ่อมรถคันนี้ได้ไม่ยากนัก อะไหล่มีให้เลือกเยอะแยะทั้งของเก่าของใหม่ หรือของแต่งซิ่งก็มีให้เลือกอย่างจุใจ ร้านอะไหล่มีอยู่ทุกหัวระแหง เป็นรถที่มีอัตราเร่งขับสนุกเมื่อเทียบกับพิกัดเครื่องยนต์เดียวกัน ด้านช่วงล่างแม้ไม่ถึงกับดีแต่ขับไม่เกิน 120 ก็ไม่มีปัญหาอะไร ด้านความประหยัดก็อยู่ตามเกณฑ์เฉลี่ยรถบ้านทั่วไป ขอให้คำนิยามสั้นๆ กับรถคันนี้ว่า "เป็นรถที่ใช้ไปแบบไม่ต้องคิดอะไรให้มาก เหลือเวลาไปทำมาหากินได้สบาย" อ้อเกือบลืมบอกไป ราคา ถ้าเป็นรุ่น 1.5J จะอยู่ที่ 143,000-239,000 บาท ถ้าเป็นรุ่น 1.5E (ABS+Airbag) จะอยู่ที่ 160,000-256,000 บาท ลงวันที่ 18 กันยายน 2557

รู้สึกขัดใจกับมาตรวัดเท่านั้น (รถปี 2005)
คู่มือซ่อมบำรุง Toyota Vios