แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Continental GT แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Continental GT แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

Bentley Continental GT รุ่นย่อยต่างๆ ที่น่าสนใจ

Bentley Continental GT Speed
ครั้งก่อนเคยนำเสนอเกี่ยวกับ Bentley Continental GT V8 S ไปแล้วแต่ถ้าใครคิดว่าไม่แรงพอมันยังมีรุ่นย่อยอื่นๆ ที่น่าสนใจอยู่อีกเพียบโดยขอแนะนำในรุ่นที่ไม่ใช่รุ่น Convertible หรือรุ่นเปิดประทุนเพราะใช้ แพลตฟอร์มร่วมกับรุ่น Coupe แต่ต่างกันที่หลังคาเปิดได้กับไม่ได้แค่นั้นเอง ซึ่งสมรรถนะของรุ่น Convertible จะลดลงจากรุ่นปกตินิดหน่อยจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และก็มาเริ่มกันที่รุ่นมาตรฐาน

Bentley Continental GT: ใช้เครื่องยนต์ W12 สูบ ความจุ 6.0 ลิตร 567 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 700 นิวตัน-เมตร ในรอบต่ำเพียงแค่ 1,700 รอบต่อนาที รถคันนี้เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 4.5 วินาที (ด้วยเบนซิน 98,95 แต่สำหรับ E85 ไม่มีระบุไว้ชัดเจน) และยังทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 318 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bentley ยุคนี้นี่บ้าระห่ำดีจริงๆ นี่แค่รุ่นมาตรฐานเองนะเนี่ย อัตราสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ย 6.9 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อย CO2 338 กรัมต่อกิโลเมตร น้ำหนักรถเปล่า 2,320 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 90 ลิตร (Continental GT มีความจุถังน้ำมัน 90 ลิตรเท่ากันหมดทุกรุ่นย่อย)

Bentley Continental GT V8: ลดความจุเพื่อความประหยัดน้ำมันมากขึ้นด้วยขุมกำลัง V8 สูบ 4.0 ลิตร 500 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 660 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 รอบต่อนาที สังเกตรถจะเน้นแรงบิดมากกว่าแรงม้าเพราะต้องการแรงฉุกลากมหาศาลเพื่อขับเคลื่อนรถที่มีขนาดใหญ่และหนักถึง 2,295 กิโลกรัม ในสปีดต้นเพื่อไม่ให้รถอืดเกินไป แต่สำหรับ Bentley รุ่น Continental GT นี่จะ 8 หรือ 12 สูบก็ไม่มีคำว่าอืดแล้วนะ ต่างจากสมัยก่อนอย่างชัดเจนที่ผลิตออกมาที่ไรอัตราเร่งสู้รถพิกัดเดียวกันไม่ได้ซะที มีแต่ความหรูอย่างเดียว เจ้า V8 คันนี้มีอัตราเร่งจาก 0-100 ภายใน 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 303 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ย 9.43 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อย CO2 246 กรัมต่อกิโลเมตร

Bentley Continental GT Speed: รุ่นที่เป็นรถวิ่งถนนที่แรงที่สุดของ Bentley ใช้เครื่องยนต์ W12 สูบ ทวินเทอร์โบ 6.0 ลิตร แรงม้าสูงสุด 626 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 820 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 รอบต่อนาที รถคันนี้ทำความเร็วจาก 0-100 ได้ใน 4.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 331 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วกว่า Ferrari F458 Italia และ Lamborghini Gallardo LP570-4 Superleggera ที่ทำได้ 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่ากัน Continental GT Speed มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6.9 กิโลเมตรต่อลิตรเท่ารุ่นมาตรฐาน ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 338 กรัมต่อกิโลเมตร น้ำหนักรถเปล่า 2,320 กิโลกรัม

Bentley Continental GT V8S: รุ่นใหม่ล่าสุดที่เคยแนะนำไปแล้วแต่ขอย้ำอีกที รถคันนี้ใช้เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร 521 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 680 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 รอบต่อนาที ทำความเร็วจาก 0-100 ได้ใน 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 309 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ย 9.35 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อย CO2 250 กรัมต่อกิโลเมตร น้ำหนักรถเปล่า 2,295 กิโลกรัม ขับมันส์กว่า V8 รุ่นเดิม แต่ก็เปลืองน้ำมันและปล่อยมลภาวะมากกว่านิดหน่อย

และก็มาถึงรุ่นที่ผลิตมาเพื่อกีฬามอเตอร์สปอร์ตเต็มไปด้วยสัญชาตญาณนักซิ่งและยังวิ่งบนถนนอย่างถูกกฎหมาย รถรุ่นนี้คือ
Bentley Continental GT3 R: ใช้เครื่องยนต์ V8 Twinturbo 4.0 ลิตร ที่มีพละกำลังแรงขึ้นที่ 572 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 700 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 รอบต่อนาที โดยรถคันนี้เน้นอัตราเร่งสปีดต้นมากกว่าความเร็วสูงสุด โดยทำความเร็วจาก 0-100 ได้ใน 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 273 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ย 7.874 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อย CO2 295 กรัมต่อกิโลเมตร น้ำหนักรถไม่ระบุ แต่คาดว่าเบากว่ารุ่นปกติมากเพราะรถจะเน้นความคล่องตัวในการขับที่สนามแข่ง

ก็นับว่าแต่ละรุ่นแรงแบบบ้าดีเดือดผิดกับรูปลักษณ์หน้าตาที่ดูสุภาพเรียบร้อยดูเป็นผู้ใหญ่ที่อบอุ่น แต่ภายในแฝงไปด้วยพละกำลังคล้ายกับมังกรซ่อนเล็บในหนังจีนกำลังภายในเลยจริงๆ

Bentley Continental GT3 R

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Bentley Continental GT V8 S รถขนาดมหึมากับสมรรถนะแบบสปอร์ต

    
Bentley Continental GT V8 S
ตั้งแต่ Bentley เข้ามาอยู่ในเครือของ Volkswagen Group ค่ายนี้ก็ทำรถที่สมรรถนะสูงขึ้นเรื่อยๆ และพักหลังๆ รถก็สามารถทำสมรรถนะไล่กวดรถสปอร์ตพันธุ์แท้อย่าง Ferrari กับ Lamborghini บางรุ่นเลยด้วยซ้ำ (Bentley Continental GT Speed ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 331 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ถึงแม้มันจะไม่นับเป็น Supercar ก็ตาม แต่ Grand Tourer น้ำหนัก 2 ตันกว่า คันนี้ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกหนักอืดเลยแม้แต่น้อย โดย Bentley รุ่นใหม่ๆ เป็นอะไรที่กล้าที่จะแตกต่าง เหมือนเรือยอร์ชหรูขนาดใหญ่ที่ใส่สมรรถนะของสปีดโบ๊ทเข้าไป และครั้งนี้จะมาแนะนำ Bentley Continental GT ซึ่งเปิดตลาดด้วยรุ่นเครื่องยนต์ W12 และออกรุ่นเครื่องยนต์ V8 ตามมา และรุ่นใหม่ล่าสุด Bentley Continental GT V8 S ก็เป็นอะไรที่วิเศษสุดๆ ถ้าจะกล่าวถึงตัวเลขสมรรถนะแล้วจะทำให้เราลืมภาพลักษณ์เก่าๆ ของ Bentley ที่เป็นแค่ราชรถนั่งเต๊ะจุ๊ยไปวันๆไปได้เลยเพราะเห็นสมรรถนะแล้วต้องตกใจว่านี่มัน Bentley จริงๆหรือ ด้วยเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุดที่ 521 แรงม้า ในรอบเครื่องที่ 6,000 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุดที่ 680 นิวตัน-เมตร ในรอบต่ำเพียงแค่ 1,700 รอบต่อนาที ทำให้เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดของ ZF ไม่ต้องลากรอบเครื่องสูงนักก็สามารถส่งผ่านกำลังไปสู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อพาตัวรถน้ำหนัก 2,295 กิโลกรัม พุ่งจากจุดหยุดนิ่งไปถึงความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 4.5 วินาที และสามารถพาไปแตะความเร็วสูงสุดได้ถึง 309 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าให้ตัวเลขสมรรถนะใกล้เคียงกับ Jaguar F-Type ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 5.0 ลิตรเลยทีเดียว และถ้าเร็วขึ้นอีก 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็จะเทียบเท่ากับ Ferrari F430 เลยด้วยซ้ำ ตัวรถมีขนาดโอ่โถงนั่งสบายถึงแม้เป็นรถ 2 ประตูโดยมีมิติตัวถังยาว 4,818 มิลลิเมตร กว้างรวมกระจกข้าง 2,226 มิลลิเมตร ไม่รวมกระจกข้าง 1,947 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,746 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงหลังคา 1,391 มิลลิเมตร ความจุห้องสัมภาระ 358 ลิตร ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 90 ลิตร โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 9.35 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งก็หมายความว่าเติมน้ำมันเต็มถังสามารถขับไปได้ไกล 841.5 กิโลเมตร อัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 250 กรัมต่อกิโลเมตร และที่สำคัญ Bentley Continental GT V8 S รองรับน้ำมันแก็สโซฮอลล์ E85 ลักษณะการขับขี่ของ Bentley Continental GT V8 S ถึงแม้จะไม่ได้เป็นแบบรถสปอร์ตที่แท้จริงแต่ก็ให้สมรรถนะเทียบเท่ารถสปอร์ต การเร่งและการควบคุมแข็งกร้าวและดุดันขึ้น ถึงแม้จะหนักถึง 2.3 ตันแต่ด้วยความสูงของรถที่ไม่มากนัก และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะทำให้คุณขับเข้าโค้งอย่างมั่นใจว่ามันเกาะถนนดีอยู่ และ Bentley ก็ได้ปฏิวัติจุดยืนเดิมๆ ผ่านรุ่น Continental GT หลายๆรุ่น ให้เกิดการสร้างสรรค์สมรรถนะใหม่ขึ้นมาซึ่งก็ควรจะเดินหน้าต่อไปในอนาคตเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าสมรรถนะกับความเรียบหรูภูมิฐานไม่ได้เป็นสิ่งที่แยกออกจากกันเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว

ท่อคู่รูปทรง Infinity หรือเลข 8 แนวนอน