แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Mitsubishi Triton แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Mitsubishi Triton แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เปรียบเทียบรถกระบะ All New Mitsubishi Triton VS. Nissan Navara NP-300

All New Mitsubishi Triton
Nissan Navara NP-300
ในที่สุดก็ถึงเวลาของการมาเจอกันระหว่างกระบะสุดแกร่ง Nissan Navara NP-300 กับ กระบะสุดล้ำ All New Mitsubishi Triton กันแล้ว ครั้งนี้ขอนำมาเปรียบเทียบในรุ่นท็อปสี่ประตู ขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์อัตโนมัติกันก่อน เริ่มระฆังยกแรกกันเลย

เซ้นส์ในการตั้งชื่อ
ดูเหมือนว่า Nissan จะตั้งชื่อได้ฉลาดมากในครั้งนี้ คือใส่รหัส NP-300 ต่อท้ายแทนที่จะเรียกว่า All New Navara ที่ถึงแม้จะเรียกได้ง่ายและติดหูมากกว่า แต่มันจะมีปัญหาแน่ๆ ถ้า Navara รุ่นนี้มีมากกว่า 2 เจเนอเรชั่น จะเรียกว่า All New อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ก็กระไรอยู่ ยกแรกนี้ Navara เป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน

รูปลักษณ์ภายนอก
ถึงแม้ตัวจริงออกมา Mitsubishi Triton จะออกมาสวยกว่าภาพหลุดเยอะ แต่เมื่อเทียบกับ Nissan Navara NP-300 แล้ว เรียกว่าทาง Mitsubishi ออกแบบกระจังหน้าได้เห่ยสิ้นดี ดูออกแนวเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วยังไงชอบกล ถ้าทำออกมาแบบภาพข้างล่างนี้จะไม่ว่าเลย
ภาพจาก Triton-Club.com
ถ้าออกมาอย่างในภาพจะดูทะมัดทะแมงกว่าเยอะ ในเรื่องนี้ Navara ออกแบบรูปทรงได้น่าดูน่าชมมากกว่า ถึงจะดูไม่ล้ำยุค แต่ดูแล้วหน้าตามั่นคงภูมิฐาน ดูแล้วดุดันสมบุกสมบันกว่าเยอะ สำหรับผมเองถ้าซื้อ Triton คงจะต้องหากระจังหน้ามาเปลี่ยนอย่างในภาพจะดีกว่า ยกที่สองนี้ Navara ก็ชนะไปในเรื่องรูปทรงภายนอกอย่างไม่ยากเย็น

ภายในห้องโดยสาร
ทั้ง Triton และ Navara นั่งสบายทั้งคู่นับว่าเป็นกระบะที่นั่งสบายติดอันดับต้นๆ ของตลาด Navara เน้นตกแต่งหรูหราเหมือนรถเก๋ง ในขณะที่ Triton ปรับแต่งภายในให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น ไม่ใช่หลุดโลกแบบเมื่อก่อน การเก็บเสียงทั้งคู่ทำได้ดี การเดินทางไกล Triton นั่งแล้วจะรู้สึกปวดเมื่อยน้อยกว่า วัดดูแล้วเบาะนั่ง Triton จะใหญ่กว่า Navara นิดหน่อย วัสดุทำเบาะนุ่มแต่แน่นไม่ยุ่ยเกินไปทำให้เวลารับแรงกระแทกจากพื้นเบาะก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยได้มาก สรุปก็คือ Triton นั่งสบายกว่า Navara แต่ในการตกแต่งนั้น Navara ดูหรูหรากว่าเล็กน้อย Triton จะมีข้อติอยู่อย่างนึงคือยกชุดพวงมาลัยมาจากรถที่ราคาถูกกว่าอย่าง Mirage และ Attrage แต่ Navara ยกชุดตกแต่งภายในมาจาก Syphy, Pulsar ซึ่งราคาแพงกว่า สิ่งนี้จึงกลายเป็นจุดด้อยของ Triton ไป และอีกอย่างก็คือ Navara มีช่องแอร์ให้กับผู้โดยสารตอนหลังแต่ Triton ไม่มี ก็เป็นอันว่า ข้อดีของ Triton ที่ออกแบบห้องโดยสารได้อย่างลงตัวใช้สอยอย่างสะดวกสบาย และทำให้มันนั่งสบายกว่า Navara กลับถูกข้อด้อยเพียงสองอย่าง แต่เป็นสองอย่างที่สำคัญมาก ทำให้ในด้านนี้ Navara สามารถพลิกแซงกลับมาชนะ Triton อย่างหวุดหวิด

สมรรถนะเครื่องยนต์อัตราเร่ง
Triton ใช้เครื่องยนต์รหัส 4N15 2,442 ซีซี แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตัน/เมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที ส่วน Navara NP-300 ใช้เครื่องยนต์รหัส YD25DDTi 2,488 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 450 นิวตัน/เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที มาถึงตรงนี้คงคิดว่า Navara จะแรงกว่าละสิ ลองมาดูให้ละเอียดก่อน Triton มีน้ำหนักรถ 1,860 กิโลกรัม ส่วน Navara มีน้ำหนัก 1,875 กิโลกรัม Triton เบากว่าถึง 15 กิโลกรัม และยังทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ดีกว่าที่ 10.81 วินาที ส่วน Navara ทำได้ 11.62 วินาที อัตราเร่งยืดหยุ่น 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็เป็น Triton ที่ทำได้ดีกว่าที่ 7.57 วินาที ส่วน Navara ทำได้ 7.88 วินาที ส่วนความรู้สึกในการขับขี่นั้น Triton จะมีอาการ Turbo Lag หลงเหลือมาจากรุ่นเดิมอยู่ แต่ก็นับว่าอาการลดน้อยลงมา ส่วน Navara ไม่มีอาการนี้ให้เห็น อย่างไรก็ตามจับเวลาออกมาจริงๆ ก็ต้องยอมรับว่า Triton เร็วและแรงกว่า และส่วนตัวคิดว่าเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดของ Triton ทำงานได้ดีไม่แพ้เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดของ Navara เลย ในด้านนี้ให้ Triton ชนะไป

อัตราประหยัดน้ำมัน
Triton ทำได้ดีกว่าเล็กน้อยที่ 11.73 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วน Navara ทำได้ 11.43 กิโลเมตรต่อลิตร ดูเหมือนจะไม่ประหยัดแต่อย่าลืมว่าพวกมันทั้งคู่คือกระบะขับสี่ที่มีน้ำหนักรวมเกือบ 2 ตันถ้ามีผู้โดยสารและสัมภาระ อัตราประหยัดน้ำมันเพียงเท่านี้ก็อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยกระบะขับสี่ทั่วๆ ไป แต่เมื่อเทียบแค่ 2 คันนี้ เป็น Triton ที่เฉือนชนะไป

ช่วงล่างและการควบคุม
ช่วงล่างของทั้ง 2 คันหนึบแน่น แต่เป็น Triton ที่ซับแรงสะเทือนได้ดีกว่าเล็กน้อย คือถ้าเจอลูกระนาดอันเป้ง Triton จะวิ่งผ่านแบบกึ้บเดียว คือแสดงอาการกระแทกแต่ตอนผ่านเพียงครั้งเดียวหลังจากนั้นคือจบ ไม่มีอาการ Rebound ซึ่งเป็น After Shock หลังการกระแทกหลงเหลืออยู่ ส่วน Navara จะหลงเหลืออาการอยู่เล็กน้อย การเข้าโค้งซิกแซก Triton ทำได้คล่องและมันส์กว่า ช่วงล่างเข้าโค้งได้อย่างกับเป็นรถเก๋งซีดาน หรือพวกรถ CrossOver SUV อย่าง Mazda CX-5, Chevrolet Captiva ส่วน Navara ยังหลงเหลือความเป็นช่วงล่างกระบะอยู่ในการเข้าโค้งแต่ละครั้ง ในทางวิบากช่วงล่างของทั้งคู่ทำได้ดีพอกัน แต่น่าชมเชย Triton มากกว่าตรงที่ทำช่วงล่างได้เหมือนรถเก๋งแต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานแบบรถกระบะ ทำให้ช่วงล่างรับมือกับถนนได้หลากหลายรูปแบบมากกว่า แต่ข้อเสียเห็นจะเป็นพวงมาลัยที่ปรับเซ็ตมาเบากว่า Navara เมื่อขับความเร็วสูงจึงมีอาการแอบเสียวเล็กน้อย ต้องคอยประคองพวงมาลัยอย่างมีสมาธิ และการปรับเซ็ตเบรคที่คิดว่า Navara ทำได้ลงตัวกว่าทั้งน้ำหนักเบรค และระยะการเหยียบแป้นเบรก แต่สำหรับสมรรถนะการหยุดรถยังไม่มีข้อมูลจึงขอผลัดไปนำเสนอในครั้งหน้าแทนว่าเบรคของทั้งคู่ใช้ระยะเบรกจาก 100-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะกี่เมตร

สรุป
ดีไซน์ภายนอก: Navara
ดีไซน์ภายใน: Navara
ความสะดวกสบาย: Triton
สมรรถนะอัตราเร่ง: Triton
อัตราประหยัดน้ำมัน: Triton
ช่วงล่าง: Triton
เกียร์: เสมอกัน
พวงมาลัย: Navara
เบรค: Navara
สมรรถนะใกล้เคียงกันมากการเลือกซื้อคงแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลว่าจะชอบแบบไหนมากกว่ากัน

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

มาแล้ว All New Mitsubishi Triton พร้อมสเป็คและราคาอย่างเป็นทางการ

All New Triton

Mitsubishi Triton

ท้าย Triton
ดูดีกว่าที่คิดไว้สำหรับ All New Mitsubishi Triton หลังจากได้เห็นภาพ Spyshot แล้วต่างคนต่างร้องยี้ แต่สุดท้ายคันจริงออกมา ก็นับว่าไม่ทำให้ผิดหวังในเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกที่ยังเป็นกระบะมาดสปอร์ต ที่ดูแล้วไม่เหมือนจะออกมาคล้ายกระบะจีนอย่างที่หลายๆ คนกลัวกัน พิสูจน์แล้วว่าภาพแอบถ่ายรถที่ทำไม่เรียบร้อยจะเอามาวัดกับ Final Production ไม่ได้ มันก็กรณีเดียวกันกับ Nissan Navara NP-300 นั่นแหละ All New Triton คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร ตัวใหม่รหัส 4N15 ให้พลัง 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตัน/เมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที เรียกได้ว่าเครื่องเล็กลงแต่พละกำลังมากขึ้น และประหยัดขึ้น 20% ทั้งยังมีความคงทนแข็งแกร่งและน้ำหนักเบาเพราะใช้อลูมิเนียมอัลลอยในการทำเสื้อสูบ ฝาสูบ สำหรับระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตรใช้เครื่องยนต์รหัส 4G64 มีพละกำลัง 128 แรงม้าที่ 5,250 รอบต่อนาที แรงบิด 194 นิวตัน/เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

ทาง Mitsubishi จะเปิดรับจองรุ่น Double Cab 4 ประตู ขับเคลื่อนสองล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อก่อน ในสนนราคาตั้งแต่ 791,000 ไปจนถึง 1,008,000 บาท ต่อจากนั้นจะออกรุ่น Mega Cab และ Single Cab ตามมาทีหลัง สำหรับรุ่น Single Cab ขับเคลื่อนสี่ล้อจะใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร รหัส 4D56 ตัวเดิมแต่เปลี่ยนแปลงรายละเอียดเล็กน้อย ให้แรงม้า 178 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 400 นิวตัน/เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที  เท่าเดิม แต่จะประหยัดน้ำมันมากขึ้น

All New Mitsubishi Triton มีอยู่ 7 สีให้เลือกคือ สีขาว, สีขาวมุก, สีดำ, สีเทาดำ, สีเขียว, สีน้ำตาล และ สีเงิน เปิดรับจองที่โชว์รูม Mitsubishi ทั่วประเทศตั้งแต่ 18 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป และจะเริ่มส่งมอบรถตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม เป็นต้นไป

Full Specification ข้อมูลสเป็คอย่างละเอียด
Options ข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐาน

อ่านรีวิว เปรียบเทียบ All New Triton VS. Navara NP-300

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

All New Mitsubishi Triton จะมาเมื่อไหร่?

GR-HEV Concept
หลังจากปรากฏโฉม GR-HEV Concept ที่จะเป็นว่าที่ All New Triton รุ่นต่อไป จนมาถึงวันนี้ก็ผ่านไปหลายเดือนแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะปรากฏโฉมอย่างเป็นทางการให้ได้เห็นเมื่อไหร่ ซึ่งตอนนี้หลายคนในสื่อ Internet ก็คาดกันว่ากว่าจะได้เห็นตัวจริงคงต้องเป็นปี 2015 และก่อนหน้านี้ไม่นานเท่าไหร่ก็มีภาพหลุด All New Triton ออกมาจากโรงงานที่หลายๆคนเห็นสภาพรูปร่างรูปทรงอันอุบาทว์ของมันแล้วต่างร้องยี้ และตอนนี้ภาพเหล่านั้นก็ว่อนไปทั่วสังคมออนไลน์แล้ว ขอเอาภาพมาให้ชมบางส่วน

เรามาดู feedback จากบรรดานักท่องเน็ตกันหน่อย

ความเห็นแรกบอกไม่เห็นมันจะคล้ายกับ Concept เท่าไหร่ รูปร่างดูเหมือนกระบะอินเดียอย่าง Tata หรือ Mahindra มากกว่าที่จะเป็น Mitsubishi ผิดหวังมากๆจากที่คิดว่าอย่างน้อย Concept มันก็ดูดึงดูดตาและน่าสนใจ ด้วยดีไซน์ที่แปลกนิดๆ

ความเห็นที่สอง บอกเอาน่าก็แค่รูปภาพคุณภาพต่ำ ภาพก็เล็ก ชัดก็ไม่ชัด แต่ก็น่าสนใจว่ารถคันจริงผลิตออกมาแล้วมันจะเป็นยังไง

ความเห็นที่สาม รถเพื่อการพาณิชย์ มันจะดูเหมือนอะไรก็ช่างหัวมันเหอะ (จริงๆ แปลแบบสุภาพเค้าแค่บอกว่าจะรูปร่างหน้าตายังไงไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก)

คนๆเดิมกับความเห็นที่สามกล่าวว่า ฉันไม่สนใจหรอกก็ฉันไม่ได้มองมันนี่ มันเป็นรถกระบะ สิ่งที่สำคัญที่สุดของรถกระบะคือ พื้นที่ใช้สอย ความประหยัด ความสะดวกสบาย ราคา ถ้าฉันซื้อมาขับคันหนึ่ง ก็มองรูปทรงภายนอกของมันไม่ได้อยู่ดีเพราะฉันนั่งขับอยู่ข้างใน ไม่ได้มีไว้จอดโชว์ซะหน่อย (สีแดงนี่เสริมเอาเอง) ความเห็นนี้ตรงกับความเห็นส่วนตัวของผมเองเหมือนกัน แต่ขอเพิ่มความสำคัญของสมรรถนะเครื่องยนต์ ช่วงล่าง อัตราเร่ง การทรงตัวและการควบคุมเข้าไปอีก ถ้าทำได้ดีทั้งคุณภาพการใช้งาน และสมรรถนะล่ะก็จะเป็นกระบะที่เพอร์เฟ็กเลย ส่วนรูปร่างหน้าตาก็อย่างว่า ถ้ารถสวยดูดีแต่ช้าเป็นหอยทาก ซดน้ำมันอย่างกับเขื่อนแตก ผมก็ไม่คิดจะอยากได้
ดูจากไฟหน้าไฟท้ายและโป่งล้อแล้วนับว่าอุบาทว์ได้โล่ห์อย่างเค้าว่ากันจริงๆ ที่ทาง Mitsubishi ว่าไว้ว่าจะไม่ต่างจากต้นแบบ GR-HEV นัก นี่มันไม่จริงเลย Concept ยังดูสวยกว่าเยอะ ยังกับหน้ามือขาวจั๊วะเทียบกับหลังตีนดำๆ หรือ ใบหน้าที่ผ่องใสเทียบกับขี้กลากใต้ร่มผ้า ดูแล้ว Triton ตัวเดิมโอเคกว่ากันเยอะ แต่ก็หวังว่าตัวเต็มออกมาจริงๆ แล้วมันจะดีกว่านี้ ซึ่ง Nissan Navara ก็เคยมีภาพหลุดกากๆ มาให้ได้เห็นเหมือนกันแต่ตัวเต็มออกมานับว่ามีรูปร่างรูปทรงที่สวยงามอยู่ แต่ถ้า Triton จะออกมาขี้เหร่อย่างในภาพจริง ก็ขอให้ทำสมรรถนะเหนือกว่าคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่นผมคงยอมรับได้อยู่ ยกตัวอย่าง เครื่องยนต์ 200 แรงม้าขึ้นไป ทำอัตราเร่งจาก 0-100 ได้ต่ำกว่า 10 วินาที ความเร็วสูงสุดเกิน 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประหยัดน้ำมัน 20 กิโลเมตรต่อลิตร คุณภาพการขับขี่เหมือน Volkswagen Amarok อะไรอย่างนี้ แต่มันก็เป็นความหวังลมๆแล้งๆ ที่คงไม่ได้เห็นในรถกระบะเมืองไทยหรอก ว่ากันตามตรงถ้าออกมาหน้าตาแบบนี้แล้วสมรรถนะดันแย่อีกนี่ ถ้ายังรักในยี่ห้อ Mitsubishi อยู่คงไปเลือกซื้อ Triton ตัวเดิมดีกว่า พูดแล้วก็คิดถึง Mitsubishi ยุค Strada กับ L200 Cyclone เหลือเกิน อยากให้แนวทางแบบนั้นกลับมาสู่กระบะ Mitsubishi อีกครั้ง ซึ่งดูท่าคงจะไม่ได้เห็น Mitsubishi ที่ดีไซน์แข็งแกร่งบึกบึนแล้ว เหลือแต่ดีไซน์แบบกระเทยอ่อนปวกเปียก แต่ถ้าออกมาเหมือนตัว Concept ก็เป็นอีกเรื่องเพราะมันดูออกแนวรถสปอร์ตดีเหมือนกัน

ตอนนี้รถจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ก็ยังไม่แน่ชัด รู้แต่ว่าอาจเป็นปี 2015 แต่ก็ขอเอาข่าวคราวจาก Mitsubishi Australia มาฝากหน่อย โดยทาง Mitsubishi กล่าวว่า Triton รุ่นต่อไปจะมีแนวทางคล้ายกับ Ford Ranger และ Nissan Navara ซึ่งถ้าเป็นงั้นได้ก็ดี โดยจะทำให้รู้สึกเป็นรถยนต์นั่งมากขึ้น รู้สึกยืดหยุ่น ผ่อนคลาย เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีความกว้างใหญ่ทั้งห้องโดยสารและกระบะหลัง (แต่อย่าละเลยเรื่องสมรรถนะการบรรทุกไปซะล่ะ) และก็มีคำยืนยันออกมาแล้วว่ารูปร่างหน้าตาจะไม่ได้มีดีไซน์สืบทอดมาจาก GR-HEV เลย ซึ่งพอได้รู้แล้วแอบรู้สึกสยองว่ามันจะออกมาเหมือนในภาพที่หลุดออกมาจริงๆ และเครื่องยนต์อาจจะเป็นเบนซิน 2.4 ลิตร และ ดีเซล 2.5 ลิตร เทอร์โบ ที่พัฒนาขึ้นจากเดิม ซึ่งตัว 2.5 ดีเซล เทอร์โบ อาจจะมีแรงม้าเท่าเดิม แต่อัตราประหยัดน้ำมันดีขึ้น และอีกพิกัดที่กำลังพิจารณากันอยู่ก็คือ สร้างเครื่องยนต์ใหม่ ดีเซล 2.2 ลิตร และก็อาจมีรุ่นท็อปเป็นดีเซล Plug-in Hybrid ซึ่งถ้ามีรุ่นไฮบริด วางขายในไทยล่ะก็ รูปร่างรูปทรงจะยังไงไม่สนใจแล้ว เพราะอย่างน้อยก็ได้ชื่อว่าเป็นกระบะดีเซลไฮบริดคันแรกของไทยไปแล้ว ขอให้ขายรุ่นไฮบริดในไทยด้วยเหอะจะขอกราบงามๆเลย
เปิดตัว All New Mitsubishi Triton อย่างเป็นทางการแล้ว ดูรายละเอียดที่นี่