แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Hyundai แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Hyundai แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

รีวิว Hyundai H1 รถตู้ MPV ไซส์ใหญ่

ทุกวันนี้ก็แปลกใจเหมือนกันเวลาขับรถตามถนนไฮเวย์ต่างจังหวัด จะพบกับรถตู้ Hyundai H1 อยู่บ่อยๆ ซึ่งพอเห็นรูปทรงภายนอก ก็แบบว่าเออมันใหญ่ดี แต่นอกจากใหญ่แล้วมันมีดีอะไร ทำไมคนถึงซื้อใช้กันเยอะเหลือเกินเพราะอะไร ต้องมาหาคำตอบกัน

รูปลักษณ์ภายนอก
Hyundai H1
ท้าย Hyundai H1
ภายนอกดูเรียบหรูภูมิฐาน สวยไม่สวยแล้วแต่คนจะมอง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคิดว่า Hyundai H1 มีดีไซน์ภายนอกที่ดูลงตัว สามารถสร้างบรรยากาศแบบรถหรูได้ ซึ่งคนที่ไม่รู้ราคาเห็นรูปร่างภายนอกของรถคันนี้แล้ว ก็อาจจะคิดว่าเป็นรถหรูราคาแพงเทียบชั้นกับ Volkswagen Caravelle เพราะรูปร่างที่ใหญ่โตโอ่โถงของมันนี่แหละ ขนาดตัวรถ ยาว*กว้าง*สูง เท่ากับ 5,125*1,920*1,925 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 3,200 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ 190 มิลลิเมตร สีดำหรือสีขาวสวยกว่าไม่รู้ แต่รู้สึกว่าคนจะนิยมสีดำมากกว่า

ภายใน
ภายใน Hyundai H1
ภายในกว้างขวางดี เบาะนั่งนุ่มนั่งสบาย ให้สัมผัสที่อ่อนโยนโอบกระชับ สำหรับที่นั่งคนขับ ส่วนที่นั่งผู้โดยสารมีบางคนบ่นว่านั่งไม่สบาย แต่สำหรับตัวผมเองคิดว่านั่งสบายดีอยู่ไม่มีปัญหาอะไร H1 ในเวอร์ชั่นปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงคือรื้อคอนโซลที่คั่นระหว่างเบาะนั่งคนขับตอนหน้ากับผู้โดยสารออก ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นกว่าเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ แต่ข้อเสียก็คือรื้ออุปกรณ์อำนวยความสะดวกและให้ความบันเทิงบางอย่างออกไปด้วย

สมรรถนะเครื่องยนต์อัตราเร่ง
Hyundai H1 ใช้เครื่องยนต์อยู่ 2 แบบ คือ ดีเซล 2.5 ลิตร แถมมีเทอร์โบแต่กลับทำแรงม้าได้เพียง 136 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที สำหรับรุ่นล่างสุดที่ใช้เกียร์ธรรมดา และ 2.5 ลิตร ดีเซลเทอร์โบแปรผัน 175 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 441 นิวตัน/เมตร ที่ 2,000-2,250 รอบต่อนาที สำหรับรุ่นท็อปกับรุ่นรองท็อปเกียร์อัตโนมัติ สำหรับอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงรุ่นเกียร์อัตโนมัติทำได้ 14.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อืดมากคงเป็นเพราะน้ำหนักรถที่มากถึง 2,265 กิโลกรัม นี่ขนาดนั่งขับคนเดียวนะเนี่ยแล้วคิดดูถ้าบรรทุกผู้โดยสารเต็มคันรถจะอืดขนาดไหน ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดาไม่เคยลองแต่ผลออกมาก็น่าจะอืดพอกันเผลอๆอาจจะอืดยิ่งกว่าเพราะรถก็มีน้ำหนักถึง 2,250 กิโลกรัม แถมแรงม้าแรงบิดน้อยกว่ากันเยอะ เมื่อเทียบแรงม้าแรงบิดต่อน้ำหนักจะได้ 60.4 แรงม้าต่อตันและ 152.4 นิวตัน/เมตร ต่อตัน ด้อยกว่ารุ่น 175 แรงม้าที่เมื่อเทียบแรงม้าแรงบิดต่อน้ำหนักจะได้ 77.26 แรงม้าต่อตัน และ 194.7 นิวตัน/เมตร ต่อตัน ขับจริงยังไงมันก็อืดทั้งคู่ แต่ก็ยังมีคนบอกว่าแรงอยู่ อัตราประหยัดน้ำมันก็ห่วยแตก 9.7 กิโลเมตรต่อลิตร ช้าไม่พอแถมเปลืองน้ำมันอีกต่างหาก ทำไมบางคนถึงบอกว่า Hyundai H1 ประหยัดน้ำมันอีก สรุปที่ฟังมาจากคนอื่นว่า Hyundai H1 แรงและประหยัดน้ำมันเนี่ยไม่จริงเลยใช่ไหม แต่ไม่แน่รุ่นเกียร์ธรรมดาอาจจะประหยัดกว่านี้นิดหน่อยก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะกินยิ่งกว่าเพราะปัจจัยแรงม้าแรงบิดต่อน้ำหนักที่ด้อยกว่า อย่างไรก็ตามความจุถังน้ำมันที่ใหญ่ถึง 75 ลิตร ทำให้วิ่งได้ไกลหน่อยที่ 727.5 กิโลเมตรเมื่อเติมน้ำมันเต็มถังสำหรับรุ่นเกียร์ออโต้ (รุ่นเกียร์ธรรมดาก็ 75 ลิตรเท่ากันแต่ไม่รู้อัตราประหยัดน้ำมัน)

ช่วงล่างหรือระบบรองรับ
ด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson Struts ด้านหลังเป็นแบบ 5-Link Rigid Axle พร้อมด้วยระบบเบรกหน้าดิสก์หลังดรัมสำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา และหน้าดิสก์หลังดิสก์สำหรับรุ่นเกียร์ออโต้ ซึ่งบอกได้เลยว่าช่วงล่างแข็งกระด้าง เต้น และไม่หนึบอีกต่างหาก แถมเมื่อรองรับกับตัวถังที่ใหญ่และน้ำหนักมากมันยิ่งส่งผลให้รถวิ่งไม่มั่นคงไปใหญ่ ทำไมเท่าที่ฟังมาคนทั่วไปบอก Hyundai H1 ช่วงล่างดีอีกแล้ว หรือเพราะไม่ตั้งสมาธิจับสัมผัสจริงๆ จึงไม่รู้ว่ามีการสั่น โคลง ของตัวถังเกิดขึ้น ขอเตือนเลยว่าถ้าขับรถรุ่นนี้อยู่อย่าอัดโค้งแรงๆ เด็ดขาด ซึ่งเท่าที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นใครทำแบบนั้นกับรถคันนี้ ดีไม่ดีช่วงล่างอาจจะแย่ยิ่งกว่า Toyota Hiace Commuter ซะอีก แต่สำหรับระบบเบรกถือว่าหนึบแน่นมั่นใจได้สามารถเอาอยู่ไม่ว่าจะสถานะการณ์ปกติ หรือสถานะการณ์คับขัน น้ำหนักและความลึกของแป้นเบรกค่อนข้างลงตัว พวงมาลัยปรับเซ็ตน้ำหนักมาได้ดีเบาและควบคุมง่ายในช่วงความเร็วต่ำ หนืดมีน้ำหนักเมื่อใช้ความเร็วสูง และรัศมีวงเลี้ยวที่แคบ 5.6 เมตร ทำให้มีความคล่องตัวเมื่อใช้งานในเมือง

สรุป
รถมีดีที่ความกว้างขวางนั่งสบาย ดีไซน์ภายนอกและภายในดูดีมีชาติตระกูล มีพื้นที่ใช้สอยให้ใช้อย่างเอนกประสงค์ ถ้าต้องเดินทางโดยมีผู้โดยสารพร้อมกับสัมภาระเยอะๆ จะเป็นรถที่ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า แต่ข้อเสียก็คืออัตราเร่ง อัตราประหยัดน้ำมัน และช่วงล่าง ที่ทำได้ค่อนข้างแย่ แต่การปรับเซ็ตพวงมาลัยและเบรกที่ลงตัวก็พอจะชดเชยจุดด้อยของช่วงล่างและการควบคุมได้บ้าง
ถ้ารับได้กับข้อดีข้อเสียเหล่านี้ Hyundai H1 ก็มีอยู่ 3 รุ่นย่อยให้เลือก คือ
Hyundai H1 Touring ราคา 1,099,000 บาท
Hyundai H1 Executive ราคา 1,489,000 บาท
Hyundai H1 Deluxe ราคา 1,599,000 บาท
บอกเลยว่ารุ่น Touring ออปชั่นโกร๋นมากไม่มี_่าอะไรเลย ในเรื่องขาดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายกับสิ่งให้ความบันเทิงยังพอว่า แต่ดันไม่มีถุงลมนิรภัยกับเบรก ABS มาให้นี่มันออกจะเกินไปหน่อยกับรถราคาเป็นล้าน แต่ออปชั่นความปลอดภัยยังเทียบรถราคา 7-8 แสนยังไม่ได้

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

Hyundai Tucson อีกหนึ่งทางเลือกในตลาด SUV

Hyundai Tucson
ตอนแรกที่เห็นรถรุ่นนี้ทีแรกไม่คิดอะไรกับ Hyundai Tucson คันนี้เท่าไหร่ พอเห็นมันขับผ่านก็คิดว่าสวยดีนะ พอกลับถึงบ้านนึกขึ้นได้เลยลองเปิดดูสเป็คดูก็มีเหวออยู่แป๊บหนึ่ง เพราะไปเห็นสเป็คของมันเข้านี่ก็แทบไม่อยากเชื่อว่านี่มันสมรรถนะของรถ Hyundai จริงๆ เหรอ เพราะมันใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่ความจุแค่ 2.0 ลิตร ให้กำลังแรงม้าเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ของ BMW X1 sDrive 20d xLine ที่มีราคา 2,799,000 บาท อยู่ที่ 184 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที เหมือนกัน แถมแรงบิดของ Tucson ยังมากกว่า X1 อยู่พอสมควร (Tucson 392 NM, X1 380 NM) และยังขายในราคาที่ถูกกว่าที่ 1,690,000 บาทซะด้วย หลังจากที่เห็นสมรรถนะของมันตอนนั้นเวลาก็ล่วงเลยมานานจนผมเกือบลืม แต่ไหนๆวันนี้ก็นึกได้แล้ว ก็ขอรีวิวรถคันนี้ซะหน่อย

เริ่มกันที่ข้อมูลทางเทคนิค
Hyundai Tucson ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร รหัส D4HA มีเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 392 นิวตัน-เมตรที่ 1,800-2,500 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนสี่ล้อผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ช่วงล่างด้านหน้าเป็น แม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็น มัลติลิงค์ น้ำหนักรถ 1,713 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 55 ลิตร มิติรถ กว้าง*ยาว*สูง เท่ากับ 1,820*4,410*1,655 ความยาวฐานล้อ 2,640 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ 170 มิลลิเมตร  รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.29 เมตร

รถคันนี้ถือว่าเป็น SUV แท้ๆ ไม่ใช่กระบะดัดแปลงให้เป็น SUV ที่เรียกว่า PPV (PPV ภาษีถูกกว่า) PPV เป็นยังไงก็ไปดู Isuzu MU-X, Toyota Fortuner, Mitsubishi Pajero Sport, Chevrolet Trailblazer เป็นตัวอย่าง 4 คันนั้นมีพื้นฐานมาจากกระบะของค่ายตัวเองอย่าง D-Max, Vigo, Triton, Colorado ทั้งนั้น สำหรับ Hyundai Tucson มีราคาที่แพงกว่า PPV เหล่านั้นพอสมควรเพราะเสียภาษีตามเกณฑ์ของ SUV และการใช้งานก็ให้ความรู้สึกเป็นรถยนต์นั่งจริงๆ ฟีลลิ่งช่วงล่างไม่มีกลิ่นอายของรถกระบะมาเจือปนเลยแม้แต่น้อย การใช้งานในเมืองคล่องตัวกว่า PPV เพราะมิติตัวถังที่กะทัดรัดกว่า แต่ก็ไม่รู้สึกว่าเล็กเลย ต้องบอกว่า Hyundai Tucson คันนี้จัดสรรพื้นที่ในห้องโดยสารได้อย่างดีเยี่ยม การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารก็ทำได้ดี ในนั้นจะรู้สึกว่าเงียบตัดเสียงรบกวนจากลมที่ปะทะตัวถัง เสียงภายในห้องเครื่อง และยางที่เสียดสีกับถนน ก็ไม่รู้สึกว่าดังเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าผมชินกับรถเสียงดังๆแล้วมานั่งคันนี้เลยรู้สึกเงียบ แต่มันเป็นความเงียบอย่างแท้จริง คิดว่า ปู่ ย่า ตา ยาย คนแก่คนชรา หรือเด็กอายุ 10 ขวบ มานั่งในนี้ก็จะรู้สึกว่าเงียบเหมือนกับผมนั่นแหละ (ไม่ต้องมโนว่ารถเสียงดังที่ผมพูดถึงเป็นซูเปอร์คาร์ราคาแพงนะครับ มันเป็นรถรุ่นเก่าเสียงดังๆน่ะ) รถ Hyundai Tucson คันนี้อัตราเร่งใช้งานได้หลากหลายจะขับแบบนุ่มๆก็ได้ถ้าบรรจงกดคันเร่งลงไปเกียร์จะตอบสนองอย่างนุ่มนวลแต่ยังมีความรู้สึกถึงแรงส่งอยู่ถ้าต้องการอัตราเร่งก็กดลงไปอีก 30% มันจะพุ่งปรี๊ดไปเลย แต่ก็ไม่รู้สึกว่ากระชากกระชั้นยังมีความนิ่งอยู่และเกียร์ก็ส่งกำลังอย่างไม่สะดุด เสียอย่างเดียวว่าทำไมปลายมันเหี่ยวไม่รู้สึกว่ามันมี 184 แรงม้าเท่ากับ X1 เลย และไม่รู้สึกว่า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะทำได้ 7.9 วินาที เท่ากับ X1 ด้วย อาจเป็นเพราะน้ำหนักมากกว่าก็เป็นได้ (น้ำหนัก X1 เท่าไหร่ไม่รู้แต่ไม่ขอลงลึกรายละเอียดไปมากกว่านี้เพราะเดี๋ยวมันจะกลายเป็น Tucson VS. X1 ไป) แต่อย่างไรก็ตามมันรู้สึกว่าเร็วกว่า Toyota Fortuner 3.0 ลิตรอยู่พอสมควร น่าจะแรงพอๆ กับ Mazda CX5 รุ่นดีเซลขับสี่ และก็น่าจะทำความเร็วสูงสุดได้เกิน 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอีกด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ถึง 212 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่า CX5 รึเปล่า แต่หน้าปัดของ CX5 เผื่อตัวเลขไว้ถึง 260 โน่น แต่ Tucson เผื่อเอาไว้แค่ 220 ซึ่งผมก็เดาว่าความเร็วสูงสุดน่าจะ 200 ต้นๆ ไม่น่าเกิน 210 ซึ่งก็ดีกว่า Tucson รุ่นที่แล้ว ที่ทำได้ไม่ถึง 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยซ้ำ สรุปให้เลยว่าเครื่องยนต์ดีช่วงล่างดี เป็นรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่คุณไม่ต้องเชื่อผมก็ได้ครับ ไปลองขับด้วยตัวคุณเองดูแล้วจะรู้ว่าชอบมันรึเปล่า

ไฟท้ายดูโฉบเฉี่ยว