วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เปรียบเทียบ Mercedes-Benz GLA200 Urban, BMW X1 sDrive18i, Volvo V40 Cross Country

กลุ่มตลาด SUV หรูเป็นกลุ่มเฉพาะอีกกลุ่มหนึ่งที่มีการแข่งขันกันดุเดือดไม่แพ้ SUV ในตลาดระดับ Mass สำหรับรถรุ่นที่น่าจับตามองที่มีราคาไม่แพงเกินไปนัก ก็มีอยู่ 3 รุ่นด้วยกันคือ Mercedes-Benz GLA200 Urban ที่เปรียบเสมือน A-Class ขยายร่าง ราคา 2,440,000 บาท มีจำหน่ายโดยตัวแทนอย่างเป็นทางการอยู่รุ่นเดียว, BMW X1 sDrive18i ที่แบ่งเป็น 3 รุ่นย่อย ราคาตั้งแต่ 1,999,000-2,199,000 บาท แต่รายละเอียดทางด้านวิศวะกรรมไม่แตกต่างกัน ต่างกันเพียงอุปกรณ์เสริม และ Volvo V40 Cross Country ที่จับ Volvo V40 Hatchback รุ่นปกติมายกสูงปรับแต่งเป็น CrossOver SUV ราคา 1,920,000 บาท ลองมาดูรูปร่างหน้าตาของรถทั้งสามกัน

Mercedes-Benz GLA

BMW X1

Volvo V40 Cross Country
รูปลักษณ์ภายนอก
Mercedes-Benz GLA200 Urban ก็อย่างที่ว่ารูปร่างมันก็คือจับเอา A-Class มายกสูงขยายตัวถังให้กว้างขึ้นใช้ล้อขนาดใหญ่ขึ้น หน้าตาดูเรียบง่ายแต่ก็แฝงมาดสปอร์ตอยู่บ้าง ทั้งยังดูมีความอ่อนเยาว์
BMW X1 sDrive18i ทำตลาดมายาวนานกว่าเพื่อน รูปร่างหน้าตาอาจจะดูล้าสมัยไปบ้าง แต่ก็ยังดูดีมีระดับในแบบที่มันเป็น ถึงแม้มองดูแล้วอาจจะคาดเดาอายุคนขับว่าไม่น่าจะอายุต่ำกว่า 35 ปี ก็ตาม (ถ้าซื้อด้วยเงินตัวเอง ไม่ได้เป็นลูกหลานเศรษฐี)
Volvo V40 Cross Country รูปทรงดูเท่ห์และสปอร์ตขึ้นมากกว่ารถรุ่นใดๆ ที่ Volvo เคยผลิตมา ดูมีความเป็นวัยรุ่นมากขึ้น รูปทรงดูแล้วยังเป็นรูปลักษณ์ของรถราคาแพงอยู่ ถ้าไม่รู้ราคามาก่อนอาจจะคิดว่าราคา 2.2 ล้านด้วยซ้ำ

มิติตัวรถและค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน
Mercedes-Benz GLA200 Urban มีความ ยาว*กว้าง*สูง เท่ากับ 4,417*1,804*1,494 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,699 มิลลิเมตร ค่า Cd เท่ากับ 0.31 น้ำหนักรถเปล่า 1,435 กิโลกรัม
BMW X1 sDrive18i มีความ ยาว*กว้าง*สูง เท่ากับ 4,454*1,798*1,545 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,760 มิลลิเมตร ค่า Cd เท่ากับ 0.32 น้ำหนักรถเปล่า 1,530 กิโลกรัม
Volvo V40 Cross Country มีความ ยาว*กว้าง*สูง เท่ากับ 4,370*1,783*1,458 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,646 มิลลิเมตร ค่า Cd เท่ากับ 0.34 รถเล็กกว่าเพื่อนแต่แรงเสียดทานอากาศมากกว่าน่าแปลกเหมือนกัน น้ำหนักรถเปล่า 1,577 กิโลกรัม 

สมรรถนะเครื่องยนต์และอัตราเร่ง
Mercedes-Benz GLA200 Urban ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 1.6 ลิตร 156 แรงม้าที่ 5,300 รอบต่อนาที แรงบิด 250 นิวตัน/เมตร ที่ 1,250-4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ 8.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 215 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
BMW X1 sDrive18i ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร 150 แรงม้าที่ 6,400 รอบต่อนาที แรงบิด 200 นิวตัน/เมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ใน 10.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Volvo V40 Cross Country ใช้เครื่องยนต์ 5 สูบ Flex Fuel 2.0 ลิตร 213 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 300 นิวตัน/เมตร ที่ 2,700-5,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รถทั้ง 3 คันถือเป็น SUV ที่มีสมรรถนะดี แต่ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขที่เป็นสเป็คที่ระบุจากโรงงาน ในการทดสอบจริงๆ ตัวเลขอัตราเร่งเหล่านี้จะช้าลงนิดหน่อยยกตัวอย่าง BMW X1 0-100 ทดสอบจริงใช้เวลาไป 11.5 วินาที และความเร็วสูงสุดก็ไม่ถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถที่เหลืออีก 2 คัน ก็ช้าลงอีกเล็กน้อยเช่นกัน แต่ถึงแม้ตัวเลขจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง ผลที่ออกมาก็ไม่เปลี่ยนว่า V40 เร็วที่สุด ตามมาด้วย GLA และ X1 ตามลำดับ โดยทั้ง 3 คันทำเวลาในการแข่ง Drag 1,000 เมตรได้ดังนี้ 1. V40 ใช้เวลา 29.2 วินาที ตามมาด้วย 2. GLA 31.3 วินาที และ 3. X1 31.9 วินาที
ส่วนอัตราประหยัดน้ำมันเป็นไปดังนี้
1. GLA 16.9-17.2 กิโลเมตรต่อลิตร 2. V40 12.82 กิโลเมตรต่อลิตร 3. X1 12.7 กิโลเมตรต่อลิตร
GLA เครื่องยนต์เล็กกว่าน้ำหนักเบากว่าทำอัตราประหยัดน้ำมันได้ดีที่สุดก็ไม่แปลก แต่สำหรับ X1 มันคงจะเก่าไปจริงๆ ถึงทำอัตราประหยัดน้ำมันสู้ V40 ไม่ได้ แต่ก็ยังถือว่าไม่ห่างกันมากนัก

สมรรถนะช่วงล่างและระบบรองรับ
ทั้ง 3 คันจัดระบบความปลอดภัยมาเต็มที่ ตามมาตรฐานรถยุโรป น่าถูกใจตรงระบบตรวจจับความพร้อมของผู้ขับขี่ของ Volvo V40 กับ Benz GLA ที่จะจับสภาพจากลักษณะแววตาของผู้ขับขี่ ว่ามีความเหนื่อยล้าหรือไม่ หากอยู่ในระดับอันตรายจะส่งสัญญาณเตือนทันทีสำหรับให้หยุดรถเพื่อพักผ่อน แต่ BMW X1 ไม่ระบุว่ามีระบบนี้ และผมก็ไม่อยากทดสอบด้วยตัวเองด้วยการหลับใน จึงสันนิษฐานว่าไม่มีไว้ก่อน นอกจากนี้แล้วก็ไม่มีลูกเล่นใหม่อะไร ระบบความปลอดภัยของทั้ง 3 คันก็คล้ายคลึงกัน สำหรับสมรรถนะช่วงล่างนั้น

GLA จะมีลักษณะช่วงล่างคล้ายกับ A-Class คือกระด้างแต่มีความมั่นคงหนึบแน่น มั่นใจยามเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง การสื่อสารระหว่างพวงมาลัยกับคนขับเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา มันจะส่งฟีดแบ็คจากพื้นถนนสู่พวงมาลัยได้อย่างชัดเจน ในการขับขี่เข้าโค้งแคบๆ ประมาณโค้งหักศอก 90 องศา ถึง 45 องศา GLA เป็นรถที่เข้าโค้งได้อย่างคล่องตัวที่สุดใน 3 คันนี้

ทางด้าน X1 ช่วงล่างก็กระด้างในแบบของ BMW แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกสั่นหรือกระเด้งกระดอน พวงมาลัยปรับน้ำหนักสัมพันธ์กับความเร็วและส่งฟีดแบ็คได้ชัดเจนดี โดยรวมแล้วเป็นช่วงล่างที่ปรับสมดุลความนุ่ม ความกระด้าง และความหนึบได้ดีที่สุดในรถทั้ง 3 คัน และเป็นรถที่นั่งสบายมีความเป็น SUV มากกว่าคันอื่น การขับผ่านลูกระนาดถือว่าซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่า GLA และลงตัวกว่า V40 ที่ยังรู้สึกถึงความย้วยของช่วงล่างด้านหลังอยู่

สำหรับ V40 สมดุลระหว่างสมรรถนะเครื่องยนต์กับสมรรถนะช่วงล่าง ต่างกับ GLA ไปคนละทาง GLA เป็นรถที่แรงปานกลาง แต่กลับปรับช่วงล่างกระด้างเกินไปในลักษณะแบบรถสปอร์ต ส่วน V40 อัตราเร่งจัดจ้าน แต่กลับเซ็ตช่วงล่างเป็นแบบรถครอบครัว ถึงแม้ด้านหน้าจะลงตัวแล้ว แต่ด้านหลังรู้สึกว่าจะนุ่มเกินไป หากวิ่งแบบสลาลมแล้วรู้สึกได้ว่ามีการเอนเอียงอยู่แต่ถ้าไม่ตั้งสมาธิจับสัมผัสดีๆ ก็จะไม่รู้สึกอะไร โดยรวมยังถือว่าเป็นช่วงล่างที่ดีหนึบแน่นแต่อยากให้ปรับเซ็ตให้แข็งกว่านี้อีกซักหน่อย การเข้าโค้งกว้างๆ ประมาณโค้งมุมป้าน 140 องศา ขึ้นไป สามารถอัดเข้าไป 160-180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ยังเอาอยู่ แต่ถ้าช่วงล่างแข็งกว่านี้ก็จะรู้สึกมั่นใจมากขึ้น

สรุป
รถทั้ง 3 คันมีดีไปคนละแบบ หากคุณต้องการรถที่ขับสนุกมีความคล่องตัว เป็น CrossOver SUV ที่มีความเป็นสปอร์ตแฝงอยู่ อัตราเร่งปานกลาง มีความประหยัดน้ำมัน และรับกับช่วงล่างที่กระด้างได้ ก็ไปที่ GLA ถ้าต้องการรถนั่งสบายตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคลุม ถึงแม้อัตราเร่งจะไม่หวือหวา แต่ก็จัดว่าไม่ได้แย่ ก็ไปที่ X1 ส่วนใครต้องการอัตราเร่งแบบกดเป็นมา เร่งแซงรถคันหน้าเป็นชีวิตจิตใจ แต่ยังใส่ใจความสะดวกสบายของผู้โดยสารด้านหลัง ก็ไปที่ V40 ที่ถึงแม้พื้นที่จะเล็กที่สุดแต่ก็จัดสรรได้อย่างลงตัวและก็ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดมากเท่าไหร่

เพิ่มเติมอีกนิด ถ้าหากต้องการสมรรถนะแบบทั้ง 3 คันนี้แต่งบไม่ถึง กลัวราคาอะไหล่และการเซอร์วิส และไม่ใส่ใจเรื่องออปชั่นหรืออุปกรณ์และระบบรองรับที่น้อยกว่า Mazda CX5 ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเหมือนกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น