วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

Porsche 918 Spyder วิวัฒนาการที่ผสมผสานความเร็วกับการใช้งานได้อย่างลงตัว

Porsche 918 Spyder
Porsche 918 Spyder เป็น Plug-in Hybrid ซูเปอร์คาร์คันแรกที่ออกวางขายก่อน Mclaren P1 และ Ferrari LaFerrari วางขายเพียง 918 คันและตอนนี้เป็น Production Car ที่มีผลงานอย่างเป็นทางการที่ Nurburgring Nordschleife ดีที่สุดทำได้ 6 นาที 57 วินาที (รุ่น Weissach Package) ขับโดยนักขับของ Porsche เอง เป็นรองแค่ Radical SR8LM กับ Radical SR8 ที่ทำเวลาได้ 6:48 นาที และ 6:55 นาที ตามลำดับ และรถสองคันนั้นไม่ใช่ Production Car รถที่เป็น Road Legal จริงๆที่ทำเวลาได้ต่ำกว่า 7 นาทีอย่างเป็นทางการ มี Porsche 918 Spyder คันนี้คันเดียว ถึงแม้จะมีข่าวลือว่า Mclaren P1 จะทำได้ 6:33 นาที แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันถือว่าตัวเลขนี้ยังเชื่อถือไม่ได้ มีแต่เพียงคำยืนยันจากปาก Mclaren เองว่าทำได้ต่ำกว่า 7 นาทีตรงนี้น่าจะเป็นไปได้มากกว่า แต่ก็ยังไม่มีการะบุเวลาอย่างชัดเจนคาดว่าทาง Mclaren คงรอให้ Ferrari ประกาศผลเวลาของ LaFerrari อย่างเป็นทางการเสียก่อนหลังจากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการของตัวเองหรือไม่ ซึ่งก็มีข่าวลือออกมาเหมือนกันว่าทำได้ 6:35 นาที แต่ก็ยังไม่มีใครออกมายืนยันตัวเลขนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งดูแล้วก็พอจะเดาสถานการณ์ออกว่า หากฝ่ายใดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการมาแล้วอีกฝ่ายยังอุบไว้เป็นความลับก็แสดงว่าฝ่ายนั้นทำเวลาได้ช้ากว่า ซึ่งสถานการณ์มันกดดัน Ferrari มากกว่าเพราะรถราคาแพงกว่า 918 Spyder กับ P1 หากว่า P1 ทำเวลาได้แย่กว่า LaFerrari ก็ยังแก้ตัวได้ว่ารถ P1 คันนี้ขายราคาถูกกว่า แต่หาก LaFerrari ช้ากว่าล่ะก็จะไม่มีข้อแก้ตัวอะไรเลย

เอาล่ะจบเรื่องสงคราม Hybrid Supercar มาว่ากันต่อที่สมรรถนะของ 918 Spyder กันได้แล้ว Porsche 918 Spyder ใช้เครื่องยนต์วางกลาง V8 4.6 ลิตร ขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ลูก ผ่านเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 สปีด เฉพาะเครื่องยนต์ให้พละกำลัง 608 แรงม้า และมอเตอร์ 2 ลูก ให้กำลัง 279 แรงม้า รวมพละกำลังทั้งหมด 887 แรงม้า ที่ 8,500 รอบต่อนาที และแรงบิดรวมทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ออกมาทั้งหมด 1,275 นิวตัน-เมตร น้ำหนักรุ่นมาตรฐาน 1,700 กิโลกรัม ส่วนรุ่น Weissach Package หนัก 1,640 กิโลกรัมเบาลง 60 กิโลกรัม รถคันนี้ทำความเร็วจาก 0-100 ได้ใน 2.6 วินาที 0-200 ใน 7.2 วินาที และ 0-300 ใน 19.9 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 345 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราประหยัดน้ำมันโดยเฉลี่ย (ใช้ระบบ Hybrid พร้อมกับเครื่องยนต์วิ่งในโหมดประหยัด ในเมืองและบนไฮเวย์) 33.3 กิโลเมตรต่อลิตร น่าทึ่งมาก ประหยัดซะยิ่งกว่า eco car แต่ต้องแลกมาด้วยราคารถที่แสนแพงเหมือนกัน ปล่อย CO2 79 กรัมต่อกิโลเมตร แต่ถ้านับเฉพาะเครื่องยนต์ขับในโหมดปกติอัตราประหยัดน้ำมันเฉลี่ยจะอยู่ที่ 9.09 กิโลเมตรต่อลิตร ความจุถังน้ำมัน 70 ลิตร ถ้าใช้เฉพาะน้ำมันพิสัยการเดินทางเมื่อเติมน้ำมันเต็มถังจะอยู่ที่ 636.3 กิโลเมตร ความจุกระโปรงท้าย 110 ลิตร ใช้ล้อและยาง หน้า 20 นิ้ว หลัง 21 นิ้ว จากโรงงาน

ความเห็นจากนักทดสอบนิตยสาร Autocar ให้ความเห็นไว้ว่ารถคันนี้เข้าโค้งได้เรียบนิ่งไม่หวือหวาแต่ก็รู้สึกได้ว่าเร็ว พวงมาลัยแม่นยำอย่างกับจับวางแต่ยังขาดสัมผัสที่ส่งมาจากล้อทั้งสี่อยู่นิดหน่อย เพราะเป็นพวงมาลัยไฟฟ้าไม่เหมือนพวงมาลัยไฮดรอลิกของ Porsche 911 ในยุค 90 ที่จะให้สัมผัสเป็นธรรมชาติมากกว่า และรับรู้ถึงสภาพพื้นผิวและทิศทางของล้อได้อย่างแท้จริง (ตรงจุดนี้ Mclaren 650S น่าจะทำได้ดีกว่าเรื่องสัมผัสที่ละเอียดอ่อน และการสื่อสารระหว่างคนกับรถ ในวงเล็บนี้เป็นความเห็นของผมเอง) ช่วงความเร็วถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมีความรู้สึกว่าเร็วกว่า Bugatti Veyron รุ่นมาตรฐาน แปลให้ชัดก็คือ ถ้าขับในช่วงความเร็วไม่เกิน 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 918 Spyder คันนี้จะรู้สึกว่าเร็วกว่า Veyron ตลอดเวลา ในทุกช่วงความเร็วไม่ว่าจะ 0-60, 60-120, 120-180 หรือ 180-290 ไม่เพียงแค่นั้นมันยังทำงานได้อย่างดีเยี่ยมในโหมดขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยในโหมด e-drive มันยังสามารถทำความเร็วจาก 0-97 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6.2 วินาที และรถก็ขับไปได้อย่างเงียบเชียบ เรียกว่าสามารถเปลี่ยนบุคลิกจาก supercar ความเร็วสูง ไปเป็นรถบ้านที่ใช้งานง่าย ได้โดยเพียงแค่กดปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่ จะบอกว่ารถคันนี้คนขับสามารถใช้งานได้ทุกเพศทุกวัยหากมีปัญญาซื้อก็ว่าได้ Porsche 918 Spyder ทั้งแรงทั้งประหยัดและอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าตามแบบฉบับรถเยอรมัน ส่วนราคาขาย ในอังกฤษ ตั้งราคารุ่นมาตรฐานไว้ที่ 781,155 ปอนด์ ส่วนรุ่น Weissach Package มีราคาที่ 853,155 ปอนด์


เปรียบเทียบ Hybrid Supercar ทั้ง 3 คัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น