วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

Honda Mobilio มาแล้ว พร้อมราคากับสเป็ค

Honda Mobilio
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Honda ก็ได้เปิดตัวรถเอนกประสงค์อีกคันหนึ่งของค่ายอย่างเป็นทางการไปแล้วกับรถที่มีชื่อรุ่นว่า Honda Mobilio โดยวางตำแหน่งทางการตลาดไว้ต่ำกว่า Honda Freed ที่มีค่าตัวสูงถึง 834,000-959,000 บาท โดย Honda Mobilio น่าจะเหมาะเป็นคู่แข่งทางด้านราคากับ Chevrolet Spin (762,000 บาท) และ Suzuki Ertiga (554,000-689,000 บาท) มากกว่า คงกะจะออกมาเพื่อฆ่ารถใน Segment นี้โดยเฉพาะ เพราะดูสเป็คและราคาแล้วต้องบอกว่าคุ้มสุดคุ้ม กับราคารถเอนกประสงค์ที่เริ่มต้นที่ 597,000 บาท และจบที่ 739,000 บาท โดย Honda Mobilio แบ่งเป็น 4 รุ่นย่อยดังนี้

Honda Mobilio S MT รุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว อัตราส่วนกำลังอัด 10.3:1 ให้แรงม้าสูงสุดที่ 120 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 145 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาที น้ำหนักรถ 1,173 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 42 ลิตร มิติตัวถัง กว้าง 1,683 มิลลิเมตร ยาว 4,386 มิลลิเมตร สูง 1,603 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,652 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ 189 มิลลิเมตร รัศมีวงเลี้ยว 5.2 เมตร พวงมาลัยหมุนสุด 3.42 รอบ ออปชั่นสำคัญที่ขาดจากรุ่นอื่น คือ ไม่มีไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไม่มีระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ไม่มีกุญแจรีโหมด ไม่มีเบาะนั่งแบบพับ 2 จังหวะตรงแถวที่ 3 และไม่มีกล้องมองหลังเวลาถอยจอด มีลำโพงแค่ 2 ตัว, ไม่มีสัญญาณกันขโมย ไม่มีระบบล็อคประตูอัตโนมัติ โดยรุ่นนี้มีราคาอยู่ที่ 597,000 บาท

Honda Mobilio S AT สเป็คและออปชั่นเหมือนรุ่น S MT ทุกอย่างเว้นแต่ใช้เกียร์อัตโนมัติ CVT และมีกุญแจรีโหมด น้ำหนักรถเพิ่มขึ้นเป็น 1,198 กิโลกรัม ราคาอยู่ที่ 642,000 บาท แพงกว่ารุ่นเกียร์ธรรมดา 45,000 บาท เป็นค่าเกียร์ CVT และกุญแจรีโหมด ก็คิดดูเอาเองว่าคุ้มรึเปล่าหากคุ้มก็จัดเลย

Honda Mobilio V AT สเป็คทางเทคนิคก็ยังเหมือนกับรุ่นมาตรฐานทุกประการ ใช้เกียร์อัตโนมัติ CVT และน้ำหนักมากขึ้นจากรุ่น S AT เป็น 1,218 กิโลกรัม หนักขึ้น 20 กิโลกรัม เพราะ ออปชั่นที่มากกว่าแต่หลักๆที่หนักขึ้นน่าจะมาจากเบาะที่นั่งพับได้แถว 3 ที่เพิ่มขึ้นมา มีลำโพง 4 ตัว มีสัญญาณกันขโมย มีเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 3 และมีระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง มีไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง มีล้ออัลลอย 15 นิ้ว ต่างจากรุ่น S AT และ MT ที่เป็นฝาครอบ 15 นิ้ว แต่ก็ยังไม่มีกล้องส่องภาพด้านหลังอีกอยู่ดี รุ่นนี้มีราคาอยู่ที่ 682,000 บาท ก็ลองเทียบกับรุ่น S ดูว่าหนักขึ้น 20 กิโลกรัม กับราคาเพิ่มขึ้น 40,000 บาท แลกกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เพิ่มขึ้นมาแล้วคุ้มรึเปล่า ส่วนตัวก็คิดว่าคุ้มถ้ามีที่นั่งแบบพับได้แถว 3 และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เพราะ มันสำคัญมากๆ คิดดูเวลาเดินทางไกลอากาศร้อนๆ คนนั่งอยู่ในรถหลายๆคน แล้วไม่มีแอร์ด้านหลังอีกนี่นรกชัดๆ

Honda Mobilio RS AT ก็ยังเป็นรุ่นเกียร์ CVT ที่สเป็คทางเทคนิคเหมือนเดิมแต่มิติตัวถังจะยาวขึ้นจากรุ่นปกติอีก 12 มิลลิเมตร เป็น 4,398 มิลลิเมตร และหนักขึ้นเป็น 1,223 กิโลกรัม หนักขึ้นจากรุ่น V AT อีก 5 กิโลกรัม และจัดเต็มออปชั่นมาทั้ง กล้องมองหลัง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสพร้อมปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย, มี Bluetooth รองรับการเชื่อมต่อกับ Smart Phone (ได้บางรุ่นไม่ได้รองรับทุกรุ่น), มีระบบล็อคประตูอัตโนมัติ กระจกมองข้างสามารถพับเก็บด้วยไฟฟ้า มีทั้งไฟตัดหมอก สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต กันชนหน้าและหลังแบบสปอร์ต สเกิร์ตข้าง ปลอกท่อไอเสียสแตนเลส ใช้ล้ออัลลอย 15 นิ้ว แบบเฉพาะรุ่นท็อป RS และรุ่นท็อปรุ่นนี้มีราคาอยู่ที่ 739,000 บาท แพงกว่ารุ่น V AT 57,000 บาท ความเห็นส่วนตัวอยากให้เงิน 57,000 บาทนี้ไปอัพเกรดสมรรถนะเครื่องยนต์มากกว่าเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งเล็กๆน้อยๆพวกนี้ (กล้องมองหลังซื้อติดเองไม่กี่พันกับอุปกรณ์อื่นๆรวมแล้วราคาไม่น่าจะเกิน 30,000 บาท และบางอย่างก็ไม่จำเป็นในการใช้งาน) กล่าวโดยสรุปแล้วคิดว่ารุ่นรองท็อป Honda Mobilio V AT น่าจะคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ลงทุนไปที่สุด

Mobilio รอคุณเป็นเจ้าของอยู่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น